รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรี English Language Learning Styles of Undergraduate Students

เสน่ห์ เดชะวงศ์

Abstract


งานวิจัยเรื่อง รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาระดับปริญญาตรี มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษ ความแตกต่างของการใช้รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษ และความสัมพันธ์ของการใช้รูปแบบการเรียนกับผลการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ตัวอย่างในการวิจัยคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 3 สาขาภาษาอังกฤษ ปีการศึกษา 2558 ของมหาวิทยาลัย 8 แห่งในกรุงเทพฯและปริมณฑล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ ที่ดัดแปลงมาจาก Grasha-Riechmann Student Learning Style Scale (GRSLSS) มีค่าความเชื่อมั่น  0.942 และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการทดสอบไคสแควร์ (Chi-square Test)

ผลการศึกษาพบว่า

ในภาพรวม นักศึกษาใช้รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับปานกลาง ในรายด้าน นักศึกษาใช้รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ แบบพึ่งพา และแบบมีส่วนร่วมในระดับมาก นักศึกษาที่มีเพศต่างกันมีการใช้รูปแบบการเรียนไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ การใช้รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษไม่มีความสัมพันธ์กับผลการเรียนของนักศึกษาในภาพรวม เมื่อพิจารณาในแต่ละรูปแบบการเรียน การใช้รูปแบบการเรียนแบบอิสระและแบบมีส่วนร่วมของนักศึกษามีความสัมพันธ์กับผลการเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 นัก ศึกษาที่มีผลการเรียนในระดับสูงใช้รูปแบบการเรียนแบบอิสระและแบบมีส่วนร่วมมากกว่านักศึกษาที่มีผลการเรียนในระดับปานกลางและต่ำ ในขณะที่นักศึกษาที่มีผลการเรียนในระดับปานกลางและต่ำใช้รูปแบบการเรียนแบบมีส่วนร่วมในระดับมาก 

The objectives of the research entitled “English Language Learning Styles of Under-graduate Students” were to study the use of learning styles in English language learning, the difference in using learning styles in English language learning, and the relation of the use of learning styles and learning achievement of under-graduate students. The samples used in the study were the third year under-graduate students majoring in English of eight universities in Bangkok and its adjacent areas. The research instruments were 5-rating scale questionnaires adapted from the Grasha-Riechmann Student Learning Style Scales (GRSLSS) with reliability at 0.942 and English language learning interview form. The statistics used in data analysis consisted of percentage, mean, standard deviation, One-way ANOVA, and Chi-square Test.

The results of the study found that:

In total, students used learning styles in their English language learning at a moderate level. In details, students used Collaborative, Dependent, and Participant Learning Styles in their learning at a high level. Students in different genders used learning styles indifferently. The use of learning styles did not have a relation to learning achievement of students in general. With consideration on each learning style, the use of Independent and Participative Learning Styles had a relation to students’ learning achievement with a significantly statistic figure at 0.05. The students with a high level learning achievement preferred using Independent and Participative Learning Styles to those with moderate and low levels of learning achievement. The students with learning achievement in moderate and low levels preferred Participative Learning Style.


Keywords


รูปแบบการเรียน รูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษ นักศึกษาระดับปริญญาตรี,Learning styles, English Language Learning Styles, Under-graduate Students

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


กองบรรณาธิการวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์

หลักสูตรพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา
อาคารเรียนรวม โซนซี คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เลขที่ ๗๙ หมู่ ๑ ตำบลลำไทร อำเภอวังน้อย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐
โทรศัพท์ : ๐๓๕-๒๔๘-๐๐๐ ต่อ ๘๒๘๔, ๐๙๓-๐๓๐-๕๐๓๘
เว็บไซต์  www.journal.edu.mcu.ac.th