การพัฒนาทักษะและทัศนคติในการเรียนรู้ด้านการวิจัย ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน

ดร.ภูริ วงศ์วิเชียร

Abstract


บทคัดย่อ

         การวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะและทัศนคติในการเรียนรู้ด้านการวิจัยของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐานมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับปริญญาตรีผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน และเพื่อศึกษาทัศนคติและความพึงพอใจในการเรียนรู้ด้านการวิจัย ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่นักศึกษาระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 ปีการศึกษา 2559 วิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์จำนวน 19 คนวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยใช้ t – test แบบ One Sample t – test และแบบ Dependent Sample

ผลการดำเนินการวิจัยพบว่า

1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้เรียนระดับปริญญาตรี ที่ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐานเทียบเท่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ของผู้เรียนระดับปริญญาตรี ภายหลังการผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน สูงกว่าก่อนได้รับการจัดการเรียนรู้แบบวิจัยเป็นฐาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3. ทัศนคติและความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้านการวิจัย ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน พบว่า ผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้านการวิจัย และมีความพึงพอใจ มีความสุข และกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะที่เกี่ยวข้องนำความรู้ไปใช้ได้จริง และมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพี่อนร่วมชั้นเรียน

ABSTRACT

         The objectives of this research were: to study achievement of learning development of undergraduates who experience the activity-based learning; and to study their attitude and satisfaction on research learning inaccordance with the activity-based learning. The target group comprises of 19 students who were studying in the third years in the 2016 academic year of SupanBuri dramatic collage Bunditpatanasilpa Institute, in this regard, One Sample t-test and Dependent Sample are used for the data analysis.

The research findings were as follows:

(1) The research achievement in learning development of the students who experience the activity-based learning was 70% equal to the criteri asignificantly at a level of 0.01;

(2) As a result of the activity-based learning, the research achievement in learning development of the group is significantly higher at the 0.01 level;

(3) The attitudes and satisfaction of students are positive. They view research on their activity-based learning as getting more pleasure with learning, strengthening their enthusiasm for learning, building uptheir motivation, creating opportunities in applying their knowledge in reality and exchanging ideas with their classmates.


Keywords


การจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมเป็นฐาน; การพัฒนาทักษะและทัศนคติในการเรียน รู้ด้านการวิจัย; Activity-based Learning; Skill and Attitude Development for Learning Research

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com