ศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อประเพณีชักพระ ในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

พระครูจิตต สุนทร, พระสิทธิโชค จันทร์ศิริ

Abstract


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อประเพณีชักพระในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นที่มีต่อประเพณีชักพระในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของประชาชนที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และนับถือศาสนา ต่างกัน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมประเพณีชักพระของประชาชนในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ประชากรที่ใช้ในการวิจัย เป็นประชาชนตามทะเบียนราษฎรในเขตเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 20,591 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเคร็ซซี่และมอร์แกน ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 377 คน สุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน และสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มอย่างมีระบบ โดยการนำบัญชีรายชื่อของประชาชนที่มาลงทะเบียนประชุมประชาคมชุมชนในแต่ละชุมชน แล้วทำการหาช่วงห่างของการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง โดยมีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.917 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) One - Way ANOVA หรือ (F-test) และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธี LSD (Least Significant Difference)

 

 

ผลการวิจัยพบว่า

  1) ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อประเพณีชักพระในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยรวมทั้ง 5 ด้าน อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านความเชื่อทางพระพุทธศาสนา กับด้านคุณค่าทางวัฒนธรรมและสังคม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่วนด้านการละเล่นพื้นบ้าน            มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด และเมื่อพิจารณาโดยจำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และนับถือศาสนา โดยรวม อยู่ในระดับมาก

มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด และเมื่อพิจารณาโดยจำแนกตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และนับถือศาสนา โดยรวม อยู่ในระดับมาก

           2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อประเพณีชักพระในเทศบาลเมือง          ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประเพณีชักพระ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ส่วนประชาชนที่นับถือศาสนาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประเพณีชักพระ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และประชาชนที่มีเพศ อายุ และระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประเพณีชักพระ ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

            3) ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมประเพณีชักพระในเทศบาลเมืองปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่า ประชาชนมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมประเพณีชักพระ มากที่สุดได้แก่ ด้านองค์ประกอบของเรือพระ ข้อที่ว่าควรใช้วัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่น

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


วารสาร มหาจุฬานาครทรรศน์ 

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช 
๓/๓ หมู่ที่ ๕ ตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐ 

โทร. ๐๗๕-๓๔๐๐๔๒, ๐๘๖-๔๓๔๕๙๐๓

e-mail. tak.punyada@gmail.com

www.jmndnst.com