การป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายในภาคเหนือ

Thada Chalernkusol, Phrara chkhemakorn, Supot Kaewphaitoon, Supitchaya kunka, Kanjana Damjutti

Abstract


การศึกษาวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑) เพื่อป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ด้วยนวัตกรรมการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ ๒)
เพื่อประเมินประสิทธิผลความรู้การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ ด้วยนวัตกรรมการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก่อนและหลังการใช้  นวัตกรรม ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี คือการศึกษาภาคเอกสาร (Documentary research) และการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) 

          ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้

          การป้องกันและเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ด้วยนวัตกรรมการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พบว่า ๑) การป้องและเสริมสร้างสุขภาพโรคเบาหวาน ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้หลัก ๓ อ ๓ ส โดยการเลือกพิจารณาที่จะฉันอาหาร ควบคุมปริมาณอาหาร ลดอาหารกลุ่มข้าว แป้ง น้ำตาล ผลไม้หวาน ลดความอ้วน ออกกำลังกายอาทิตย์ละ ๕ วัน ครั้งละ ๓๐-๖๐ นาที จัดการความเครียดโดยใช้หลักจิตภาวนาทำให้จิตใจสงบ ๒) การป้องและเสริมสร้างสุขภาพโรคความดันโลหิตสูง ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการฉันอาหาร โดยงดอาหารเค็ม มัน หวานจัด มีกิจกรรมการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็กในการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ควรเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลางแบบต่อเนื่องหรือสะสมครั้งละ ๑๐ นาที วันละอย่างน้อย ๓๐ นาทีทุกวัน หรืออย่างน้อย ๑๕๐ นาที/สัปดาห์ ๓) การป้องและเสริมสร้างสุขภาพกลุ่มโรคภาวะน้ำหนักเกิน (โรคอ้วน) ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการฉันอาหาร โดยควรควบคุมปริมาณการรับประทานอาหาร บริโภคผักและผลไม้มากขึ้น ลดอาหารมัน อาหารทอด อาหารรสจัด ลดปริมาณข้าวในแต่ละมื้อ บริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขัดสี ออกกำลังกายอย่างน้อย ๓๐ นาที/วัน รวมกันให้ได้ ๑๕๐ นาที/สัปดาห์หรือมากกว่า และ ๔) การป้องและเสริมสร้างสุขภาพโรคไขมันในเลือดสูง ต้องเลือกพิจารณาที่จะฉันอาหาร ถ้าไตรกลีเชอไรด์มีปริมาณสูง ควรควบคุมอาหารเนื้อติดมัน น้ำมันและไขมันของอาหารทุกชนิด ลดของหวาน และแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักตัว ควบคุมโคเลสเตอรรอล ที่เป็นผลรวมของไขมันของร่างกาย ซึ่งมีค่าปกติต่ำกว่า ๒๐๐ มก/ดล.

          การประเมินประสิทธิผลความรู้การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก่อนและหลังการใช้นวัตกรรมเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พฤติกรรมการป้องกันโรคตามหลัก ๓ อ ๓ ส  อาการ ภาวะเสี่ยงหรือพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเป็นโรค สาเหตุที่เกิดโรค วิธีลดความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน และวิธีการดูแลตนเอง จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง พบว่า การประเมินประสิทธิผลความรู้การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพของพระสงฆ์ด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ก่อนและหลังการใช้นวัตกรรม พบว่า ๑) โรคความดันโลหิตสูงก่อนได้รับการถวายความรู้มีค่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ ๕๓.๕๘  หลังได้รับการถวายความรู้มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  ๘๒.๙๗ ๒) ภาวะน้ำหนักเกิน (อ้วน) ก่อนได้รับการถวายความรู้มีค่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ ๖๘.๑๕  หลังได้รับการถวายความรู้มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  ๘๗.๐๐  ๓) โรคไขมันในเส้นเลือดก่อนได้รับการถวายความรู้มีค่าค่าเฉลี่ยร้อยละ  ๖๕.๔๓  หลังได้รับการถวายความรู้มีค่าเฉลี่ยร้อยละ ๘๓.๔๓ และ ๔) โรคเบาหวาน ก่อนได้รับการถวายความรู้มีค่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ ๓๙.๒๓  หลังได้รับการถวายความรู้มีค่าเฉลี่ยร้อยละ  ๖๐.๙๗

 


Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตแพร่
หมู่ที่ 5 บ้านหนองห้า ตำบลแม่คำมี อำเภอแพร่ 54000
โทร: 054-646585 E-mail : jgsr.phrae@mail.com 

http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/JGMP