หลักพุทธธรรมในการจัดการความขัดแย้งของพ่อล่าม-แม่ล่ามในชุมชนผู้ไทเชิงพุทธ

ประทีป สญฺญโม

Abstract


บทคัดย่อ

         บทความนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษากระบวนการจัดการความขัดแย้งในครอบครัวของพ่อล่าม-แม่ล่ามในชุมชนผู้ไท และเพื่อศึกษาหลักพุทธธรรมที่เอื้อต่อการจัดการความขัดแย้งในครอบครัวของพ่อล่าม-แม่เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Method) และการสัมภาษณ์แบบเชิงลึก (In-dept interview) จากประชากรของตัวแทนกลุ่มตัวอย่าง 4 กลุ่ม โดยใช้วิธีแบบสุ่มเจาะจง (Purposive Sampling) แล้วนำเสนอผลการวิจัยด้วยการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ กลุ่มประชากรคือชาวผู้ไทในอำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร จำนวน 94 คน ประกอบด้วยพ่อล่าม-แม่ล่าม 40  คน, ลูกล่าม 40 คน, ปราชญ์ชาวบ้าน 4  คน, ผู้นำชุมชน 10  คน

ผลการวิจัยพบว่า  กลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไทที่อพยพมาจากดินแดนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง เข้ามาสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร ส่วนกลุ่มคนผู้ไทที่ได้ทำการศึกษาในครั้งนี้ เป็นชุมชนผู้ไทที่อาศัยอยู่ในอำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตนเองไว้ได้ พ่อล่าม-แม่ล่าม คือคนกลางโดยทั่วไปต้องไม่เป็นเครือญาติทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายชายและหญิงที่ทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งนั้น

หลักพุทธธรรมในการจัดการความขัดแย้งในครอบครัวของพ่อล่าม-แม่ล่ามในชุมชนผู้ไท ได้แก่ หลักปฏิบัติตามคือหลักทิศ 6 วิริยะความเพียร ขันติ ความอดทน ทาน การให้ การสงเคราะห์ญาติ โอวาท 10 ข้อของธนัญชัยเศรษฐีและศีล 5 ข้อสำคัญคือ กาเมสุมิจฉาจาร และข้อสุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เป็นพื้นฐานในการสร้างการจัดการความขัดแย้ง ในครอบครัว สร้างความสัมพันธ์ในเครือญาติและสังคม และสร้างฐานะครอบครัวให้มั่นคงยิ่งขึ้น

ABSTRACT

          This was a qualitative research. All data was collected from primary sources: Tipitaka, Commentaries, and the secondary sources: academic paper, related articles and field work, i.e. the in-depth interview in order to collect data from four target groups randomized with the purposive sampling. The researcher followed a research process in the field work.

A result of this research was found that Phor Lam and Mae Lam were like a judge and or a mediator to resolve a problem of a husband and a wife. Because the parents actually took side with their children, they wanted a mediator to resolve such a problem. Phor Lam and Mae Lam were selected by the bridegroom side with the acceptance of the bride side. Important qualities of Phor Lam and Mae Lam were to get married at least for three years, stable family, patient, observance of five precepts, and public faith. Moreover, they were not an elder brother in law and a younger brother in law. A person who was appointed as Phor Lam and Mae Lam was very proud with fame. He would have great attention to be responsible for his duty and to be a good model of the community. 

In Phuthai culture, Phor Lam and Mae Lam were important in societies and culture. They were a person to introduce a way of resolving problems, benefits and a possible way of the best resolution to people. This method was possible to resolve the conflict in a way that litigants could find a way to stop the problematic conflict. In a Buddhist process of conflict management, the mediator was Phor Lam and Mae Lam who had to play a role on friendship for both sides of litigants. He had to be ready to introduce a right way of resolving problems to the litigants in a way that the litigants themselves could consider and resolve problems.


Keywords


กระบวนการจัดการความขัดแย้ง; พ่อล่าม-แม่ล่าม; วัฒนธรรมผู้ไท; Phor Lam and Mae Lam; Phuthai community; process of conflict management

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.


Copyright (c) 2017 วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม

Creative Commons License
This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

สำนักวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
อาคาร 100 ปี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร)
เลขที่ 30 หมู่ 1 บ้านโคกสี ตำบลโคกสี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ 0-4328-3546-7 (ต่อ 116)
โทรสาร 0-4328-3399
โทรศัพท์ 088-578-1671
โทรศัพท์ 088-506-2335
e-mail : phimoldhamma@hotmail.com
http://www.ojs.mcu.ac.th/index.php/kkjn
http://www.journal-phimoldhamma.com