Editorial Policies

Focus and Scope

วารสาร มจร นครน่านปริทรรศน์ เป็นวารสารวิชาการ ราย 6 เดือน (ปีละ 2 ฉบับ) คือ ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน, ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้า และเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการแก่นักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ และนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ในมิติเพื่อสนับสนุนการศึกษา การจัดการเรียนรู้ การวิจัยในมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โดยเน้นสาขาวิชาพระพุทธศาสนา รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ การสอนภาษาไทย สหวิทยาการด้านศึกษาศาสตร์  มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ จะได้รับการกลั่นกรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย 2 ท่าน ต่อ 1 บทความในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double blinded) ทัศนะและข้อคิดเห็นในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหากมีการฟ้องร้อง ผู้เขียนจะต้องรับผิดชอบ หากมีการคัดลอกผลงานงานวิชาการ

ISSN 2630-0397 (Print)

ISSN 2651-0901 (Online)

เปิดอ่านวารสาร

 

Section Policies

Articles

Checked Open Submissions Checked Indexed Checked Peer Reviewed

บทความวิชาการ

Checked Open Submissions Checked Indexed Checked Peer Reviewed

บทความวิจัย

Checked Open Submissions Checked Indexed Checked Peer Reviewed
 

Open Access Policy

This journal provides immediate open access to its content on the principle that making research freely available to the public supports a greater global exchange of knowledge.

 

คณะกรรมการบรรณาธิการ

บรรณาธิการ
พระชยานันทมุนี, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ
หัวหน้ากองบรรณาธิการ
อาจารย์สมคิด  นันต๊ะมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ
รองหัวหน้ากองบรรณาธิการ
ดร.ชำนาญ  เกิดช่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ
กองบรรณาธิการ
พระมหาฉัตรชัย สุฉตฺตชโย, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พิมพวงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สยาม ราชวัตรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อัมพร เสงี่ยมวิบูลย์มหาวิทยาลัยชินวัตร
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุทัย สติมั่นมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประยงค์ จันทร์แดงมหาวิทยาลัยพะเยา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรปรัชญ์ คำพงษ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ
ดร. ธีรทัศน์  โรจน์กิจจากุลมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน เฉลิมพระเกียรติ
ดร.กันยารัตน์ รินศรีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

 

คำแนะนำสำหรับผู้เขียน

กองบรรณาธิการได้กำหนดระเบียบการส่งต้นฉบับไว้ให้ผู้เขียนยึดเป็นแนวทางในการส่งต้นฉบับ สำหรับการตีพิมพ์ลงในวารสาร มจร นครน่านปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และกองบรรณาธิการสามารถตรวจสอบต้นฉบับก่อนการตีพิมพ์ เพื่อให้วารสารมีคุณภาพสามารถนำไปใช้อ้างอิงได้

1. การเตรียมต้นฉบับ มีรายละเอียดดังนี้
    1.1 ขนาดของต้นฉบับ พิมพ์หน้าเดียวบนกระดาษสั้นขนาด B5 โดยเว้นระยะห่างระหว่างขอบกระดาษด้านบน 3 เซนติเมตร ด้านซ้ายมือ 2.54 เซนติเมตร ด้านล่างและขวามือ 1.8 เซนติเมตร
    1.2 รูปแบบอักษรและการจัดวางตำแหน่ง ใช้รูปแบบอักษร TH SarabunPSK หรือ Times New Roman (กรณีจำเป็นต้องใช้อักษรโรมัน) พิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด โดยใช้ขนาด ชนิดของตัวอักษร รวมทั้งการจัดวางตำแหน่งดังนี้
       1.2.1 ขนาดกระดาษ ประกอบด้วย
            1) ชื่อเรื่องต้นฉบับของผู้เขียน ขนาด 16 ชนิดตัวธรรมดา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านซ้าย
            2) เลขหน้า ขนาด 14 ชนิดตัวธรรมดา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านขวา
       1.2.2 ชื่อเรื่อง (ภาษาไทย) ขนาด 20 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งกึ่งกลางหน้ากระดาษ
       1.2.3 ชื่อเรื่อง (ภาษาอังกฤษ) ขนาด 18 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งกึ่งกลางหน้ากระดาษ
       1.2.4 ชื่อผู้เขียน (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) พร้อมระบุตำแหน่งทางวิชาการ ขนาด 16 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านขวา ใต้ชื่อเรื่อง (ในกรณีที่มีอาจารย์ที่ปรึกษาให้ลงชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาด้วย)
       1.2.5 ที่อยู่หรือหน่วยงานสังกัดของผู้เขียน ขนาด 14 ชนิดตัวธรรมดา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านขวา ใต้ชื่อผู้เขียน
       1.2.6 หัวข้อของบทคัดย่อไทย/อังกฤษ ขนาด 16 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านซ้าย ใต้ที่อยู่/หน่วยงานสังกัดของผู้เขียน
       1.2.7 เนื้อหาบทคัดย่อภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ ขนาด 15 ชนิดตัวธรรมดา จัดพิมพ์เป็น 1 คอลัมน์ บรรทัดแรกเว้น 1 แท็บ (Tab) จากขอบกระดาษด้านซ้าย และพิมพ์ให้ชิดชอบทั้งสองด้าน
       1.2.8 หัวข้อของคำคีย์เวิร์ด ภาษาไทย ขนาด 15 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งชิดซ้ายหน้ากระดาษใต้บทคัดย่อภาษาไทย
       1.2.9 หัวข้อของคำคีย์เวิร์ด ภาษาอังกฤษ ขนาด 15 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งชิดซ้ายหน้ากระดาษใต้บทคัดย่อภาษาอังกฤษ
       1.2.10 หัวข้อเรื่อง ขนาด 16 ชนิดตัวหนา ตำแหน่งชิดขอบกระดาษด้านซ้าย
       1.2.11 หัวข้อย่อย ขนาด 15 ชนิดตัวหนา ระบุหมายเลขหน้าหัวข้อย่อยโดยเรียงตามลำดับหมายเลขตำแหน่งเว้น 1 Tab จากขอบกระดาษด้านซ้าย
       1.2.12 เนื้อหา ขนาด 15 ชนิดตัวธรรมดา จัดพิมพ์เป็น 1 คอลัมน์ และพิมพ์ให้ชิดขอบทั้งสองด้าน
    1.3 จำนวนหน้าต้นฉบับ ควรมีความยาวประมาณ 10 – 20 หน้า พิมพ์บนกระดาษหน้าเดียว

2. การเรียงลำดับเนื้อหาต้นฉบับ
เนื้อหาภาษาไทยที่มีคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ควรแปลเป็นภาษาไทยให้มากที่สุด (ในกรณีที่คำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นคำเฉพาะที่แปลไม่ได้ หรือแปลแล้วไม่ได้ความหมายชัดเจนให้ทับศัพท์ได้) และควรใช้ภาษาที่ผู้อ่านเข้าใจ ชัดเจน หากใช้คำย่อต้องเขียนคำเต็มไว้ครั้งแรกก่อนเนื้อหาต้องเรียงลำดับดังนี้
    2.1 ชื่อเรื่อง (title of the article) ควรสั้น และกะทัดรัด ความยาวไม่ควรเกิน 100 ตัวอักษร ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน
    2.2 ชื่อผู้เขียน เป็นภาษาไทย และระบุตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี)
    2.3 ที่อยู่ ระบุชื่อหน่วยงาน หรือสถาบัน
    2.4 บทคัดย่อ (Abstract) เขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่อง อ่านและเข้าใจง่าย ความยาวไม่ควรเกิน ๕๐๐ คำ โดยให้นำบทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อน บทคัดย่อภาษาอังกฤษ (Abstract) ซึ่งแปลจากบทคัดย่อภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ต้องมีเนื้อหาตรงกัน ใช้อักษรตัวตรง
    2.5 บทนำ (Introduction) เป็นส่วนกล่าวนำโดยอาศัยการปริทรรศน์ (review) ข้อมูลจากรายงานวิจัย ความรู้ และหลักฐานต่างๆ จากหนังสือหรือวารสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา และกล่าวถึงเหตุผลหรือความสำคัญของปัญหาในการศึกษาครั้งนี้ สมมติฐานของการศึกษา ตลอดจนวัตถุประสงค์ของการศึกษาให้ชัดเจน เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่บอกเหตุผลนำไปสู่การศึกษางานวิชาการหรืองานวิจัยและควรอ้างอิงงานวิชาการหรืองานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบ
    2.6 วัตถุประสงค์ (Objiective) ให้ชี้แจงถึงจุดมุ่งหมายของการศึกษา
    2.7 วิธีดำเนินการวิจัย (Methods) ต้นฉบับด้านศาสนา และปรัชญา รวมถึงพระพุทธศาสนาที่บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ ควรอธิบายรายละเอียดของวิธีการศึกษาประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา และวิธีการศึกษาที่ใช้ในการวิจัยให้ละเอียดพอที่ผู้อ่านสามารถทำการศึกษาซ้ำได้ รวมทั้งนำสถิติที่นำมาวิเคราะห์ข้อมูล
    2.8 ผลการวิจัย (Results) เป็นการเสนอสิ่งที่ได้จากการวิจัยเป็นลำดับอาจแสดงด้วยตารางกราฟ แผนภาพประกอบการอธิบาย ทั้งนี้ถ้าแสดงด้วยตาราง ควรเป็นตารางแบบไม่มีเส้น ขอบตารางด้านซ้ายและขวา หัวตารางแบบธรรมดา ไม่มีสี ตารางควรมีเฉพาะที่จำเป็น ไม่ควรมีเกิน 5 ตารางสำหรับรูปภาพประกอบควรเป็นรูปภาพขาว-ดำ ที่ชัดเจนและมีคำบรรยายใต้รูป กรณีที่จำเป็นอาจใช้ภาพสีได้ และภาพประกอบ (Figure) และตาราง (Table) ควรมีเท่าที่จำเป็น โดยพิมพ์หน้าละ 1 ภาพหรือ 1 ตาราง สำหรับคำบรรยายภาพและตารางให้พิมพ์ใต้ภาพหรือตาราง
    2.9 การอภิปรายผล (Discussion) เป็นการอภิปรายผลจากข้อมูลที่ได้มาจากการวิเคราะห์ของผู้นิพนธ์นำมาเปรียบเทียบกับผลการทดลองของผู้อื่น เพื่อให้มีความเข้าใจหรือเกิดความรู้ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยนั้น รวมทั้งข้อดี ข้อเสียของวิธีการศึกษา เสนอแนะความคิดเห็นใหม่ๆ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์

    2.10 ข้อเสนอแนะ (Recommendation) เป็นการสรุปผลที่ได้จากการวิจัย ควรมีการอภิปรายผลการวิจัยว่าเป็นไปตามสมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เพียงใด และควรอ้างทฤษฎีหรือเปรียบเทียบกับผลการทดลองของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องประกอบ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นด้วยตามหลักการ หรือคัดค้านทฤษฎีที่มีอยู่เดิม รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงการนำผลไปใช้ประโยชน์ และการให้ข้อเสนอแนะสำหรับงานวิจัยในอนาคต หรือ
    2.11 กิตติกรรมประกาศ (Acknowledgement) เป็นการแสดงความขอบคุณแก่ผู้ที่ช่วยเหลือให้งานวิจัยสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพียงสั้น ๆ (อาจมีหรือไม่มีก็ได้)
    2.12 เอกสารอ้างอิง (References) เป็นการอ้างอิงเอกสารในเนื้อหาให้ใช้ระบบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด และแนวการการอ้างอิงแนวการเขียนตำราของมหาวิทยาลัย และการอ้างอิงคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาให้ใช้ตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด โดยใช้รูปแบบการอ้างอิงตามมาตรฐานของคู่มือการทำวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สามารถสืบค้นได้จาก http://www.mcu.ac.th/site/provide

3.รูปแบบการเขียนอ้างอิง
   กรณีที่ผู้เขียนต้องการระบุแหล่งที่มาของข้อมูลในเนื้อเรื่องให้ใช้วิธีการอ้างอิงแบบระบบ  เซิงอรรถ (Footnote System) โดยระบุ ซื่อผู้แต่ง ซื่อหนังสือ สถานที่ที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ของ เอกสารและหน้าที่อ้างอิงไว้ข้างหลังข้อความที่ต้องการอ้าง เพื่อบอกแหล่งที่มาของข้อความนั้น โดยใส่ลำดับตัวเลขแบบยกตัวเลขขึ้น และให้มีการอ้างอิงหรือบรรณานุกรมส่วนท้ายเล่ม (reference citation) โดยการรวบรวมรายการเอกสารทั้งหมดที่ผู้เขียนได้ใช้อ้างอิงในการเขียน ผลงานนั้น ๆ จัดเรียงรายการตามลำดับอักษรซื่อผู้แต่ง ภายใต้หัวข้อ บรรณานุกรม ลำหรับผลงาน วิชาการภาษาไทยหรือ (reference) สำหรับผลงานวิชาการภาษาอังกฤษ โดยใช้รูปแบบการเขียน เอกสารอ้างอิง

ระบบเชิงอรรถ (Footnote System) ตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง มีดังนี้
          1. คัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถา
          ชื่อคัมภีร์ เล่มที่ / ข้อ / หน้า เซ่น วิ.มหา. (บาลี) 1/23/38. หรือ วิ.มหา. (ไทย) 1/23/40. หรือ วิ.อ. (ไทย) 1/20/31. หรือ วิสุทธิ. (บาลี) 1/4/4.
          2. หนังสือ ตำรา
          ซื่อผู้แต่ง ซื่อหนังสือ ตำรา พิมพ์ครั้งที่ สถานที่พิมพ์หรือผู้จัดพิมพ์ ปีที่,พิมพ์ และหน้าที่ อ้าง เซ่น
    กรุณา-เรืองอุไร กุศลาสัย, ภารตวิทยา, พิมพ์ครั้งที่ 5, (กรุงเทพมหานคร: ศยาม, 2547), หน้า 89.
          3. บทความ/เรื่อง/ตอน ในหนังสือรวบรวมบทความ
          ซื่อผู้แต่ง ซื่อบทความ ในซื่อวารสาร (บรรณาธิการ) (ฉบับพิมพ์ หน้าที่ปรากฏบทความ) สถานที่พิมพ์ ผู้จัดพิมพ์ และหน้าที่อ้างอิง เซ่น
          พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมมจิต'โต), “วิธีบูรณาการพระพุทธศาสนากับศาสตร์ สมัยใหม่” ใน สารนิพนธ์พุทธศาสตรบัณฑิต ประจำปี 2553, บรรณาธิการ โดย พระศรีคัมภีรญาณ,รศ.ดร. และคณะ เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ (กรุงเทพมหานคร: นวสาส์นการ พิมพ์, 2553) : 1-17.
          4. บทความในวารสาร
          ซื่อผู้แต่ง ซื่อบทความ ซื่อวารสาร ปีที่ (ลำดับที่) เลขหน้าที่ปรากฏบทความในวารสาร เซ่น
          ประพันธ์ ศุภษร, “พระวินัยกับการบรรลุธรรม”, ในวารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 รังสี สุทนต์ บรรณาธิการ (กรกฎาคม-กันยายน 2549): 41.
          5. สัมภาษณ์
          ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ ตำแหน่ง (ถ้ามี) วัน เดือน ปี (ที่สัมภาษณ์) เช่น
          สัมภาษณ์ นายดนัย  คฤหานนท์, ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน, 12 กุมภาพันธ์ 2561.
          6. เว็บไซต์
          ชื่อผู้แต่ง/ชื่อเจ้าของ ชื่อบทความ แหล่งที่ สืบค้นวันเดือนปีที่สืบค้น เซ่น
          พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร, พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม, [ออนไลน์], แหล่งที่มา : http://vwvw.mcu.ac.th, [3 มกราคม 2554].

ตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง มีดังนี้

          1. คัมภีร์พระไตรปิฎกและหนังสือทั่วไป
ผู้แต่ง. ชื่อเรื่อง. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์, ปีที่,พิมพ์. เช่น
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.       กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2538.
          หนังสือภาษาอังกฤษ
John Grimes. A Concise Dictionary of Indian Philosophy. New York: StateUniversity      of New York Press, 1996.
          2. วิทยานิพนธ์
ซื่อผู้วิจัย. “ชื่อวิทยานิพนธ์”. ระดับของวิทยานิพนธ์. ชื่อแผนกวิชาหรือคณะ มหาวิทยาลัย, ปีที่
          สำเร็จการศึกษา. เช่น
พระมหาคซินท์ สุมงฺคโล (อินทร์มนตรี). “การศึกษาเซิงวิเคราะห์เรื่องพุทธสุนทรียศาสตร์บน      จิตรกรรมฝาผนัง ในวัดสุทัศนเทพวราราม”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2552.
          3. บทความในวารสาร
          ซื่อผู้แต่ง ซื่อบทความ ซื่อวารสาร ปีที่ (ลำดับที่) เลขหน้าที่ปรากฏบทความในวารสาร เซ่น
          ประพันธ์ ศุภษร. “พระวินัยกับการบรรลุธรรม”. ในวารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ ปีที่ 2 ฉบับที่ 3 รังสี สุทนต์ บรรณาธิการ (กรกฎาคม-กันยายน 2549): 41.
          4. สัมภาษณ์
          ชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ ตำแหน่ง (ถ้ามี) วัน เดือน ปี (ที่สัมภาษณ์) เช่น
          ดนัย  คฤหานนท์. ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน. สัมภาษณ์. 12 กุมภาพันธ์ 2561.
          5. เว็บไซต์
          ชื่อผู้แต่ง/ชื่อเจ้าของ ชื่อบทความ แหล่งที่ สืบค้นวันเดือนปีที่สืบค้น เซ่น
          พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร. พระพุทธศาสนาเพื่อสังคม. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา : http://vwvw.mcu.ac.th. [3 มกราคม 2554].

 

จริยธรรมและนโยบายการตีพิมพ์

วารสาร มจร นครน่านปริทัศน์ กำหนด Publication Ethics (จริยธรรมการตีพิมพ์) โดยปรับปรุงจาก COPE – COMMITTEE ON PUBLICATION ETHICS (https://publicationethics.org/)

หน้าที่และความรับผิดชอบของบรรณาธิการ

บรรณาธิการควรรับผิดชอบเกี่ยวกับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร กล่าวคือ:

- ดำเนินการให้ตรงตามความประสงค์ของผู้อ่านและผู้เขียน
- ปรับปรุงวารสารอย่างสม่ำเสมอ
- รับรองคุณภาพของงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์
- สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
- คงไว้ซึ่งความถูกต้องของผลงานทางวิชาการ
- ปกป้องมาตรฐานของทรัพย์สินทางปัญญาจากความต้องการทางธุรกิจ
- เต็มใจที่จะแก้ไขข้อผิดพลาดการตีพิมพ์ การทำให้เกิดความกระจ่าง การถอด-ถอนบทความ และการขออภัยหากมีความจำเป็น

หน้าที่ของบรรณาธิการต่อผู้อ่าน

- แจ้งให้ผู้อ่านทราบเกี่ยวกับผู้ให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยหรือบทบาทของผู้ให้ทุนวิจัยในการทำวิจัยนั้นๆ (กิตติกรรมประกาศ / Acknowledgements)

หน้าที่ของบรรณาธิการต่อผู้เขียน

- บรรณาธิการควรดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของบทความที่ตีพิมพ์ เพื่อรับรองคุณภาพของงานวิจัยที่พิมพ์ และตระหนักว่าวารสาร และแต่ละส่วนของวารสาร มีวัตถุประสงค์และมาตรฐานที่ต่างกัน

- การตัดสินใจของบรรณาธิการต่อการยอมรับหรือปฏิเสธบทความวิจัยเพื่อการตีพิมพ์ ควรขึ้นอยู่กับความสำคัญความใหม่ และความชัดเจนของบทความวิจัย ตลอดจนความเกี่ยวข้องกับขอบเขตของวารสาร

- ควรมีการชี้แจงหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบประเมินบทความ (peer review) นอกจากนี้บรรณาธิการควรมีความพร้อมในการชี้แจงความเบี่ยงเบนต่างๆ จากกระบวนการตรวจสอบที่ได้ระบุไว้

- วารสารควรมีช่องทางให้ผู้เขียนอุทธรณ์ได้หากผู้เขียนมีความคิดเห็นแตกต่างจากการตัดสินใจของบรรณาธิการ

- บรรณาธิการควรจัดพิมพ์คำแนะนำแก่ผู้เขียนในทุกประเด็นที่บรรณาธิการคาดหวัง ในทุกเรื่องที่ผู้เขียนควรรับทราบและควรมีการปรับปรุงคำแนะนำให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมทั้งควรมีการอ้างอิงหรือการเชื่อมโยงกับระเบียบดังกล่าวนี้ด้วย

- บรรณาธิการไม่ควรเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในการตอบรับบทความที่ถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ไปแล้ว ยกเว้นมีปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นในระหว่างการส่งบทความมารับการพิจารณา

- กรณีที่มีการปรับเปลี่ยนบรรณาธิการ ผู้ที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ต้องไม่กลับคำตัดสินใจเกี่ยวกับบทความที่บรรณาธิการคนก่อนตอบปฏิเสธไปแล้ว ยกเว้นมีการพิสูจน์ถึงปัญหาร้ายแรงที่เกิดขึ้น

หน้าที่ของบรรณาธิการต่อผู้ประเมินบทความ

- บรรณาธิการควรจัดพิมพ์คำแนะนำแก่ผู้ประเมินบทความในทุกประเด็นที่บรรณาธิการคาดหวัง และควรมีการปรับปรุงคำแนะนำให้ทันสมัยอยู่เสมอ พร้อมทั้งควรมีการอ้างอิงหรือการเชื่อมโยงกับระเบียบดังกล่าวนี้ด้วย

- บรรณาธิการควรมีระบบที่ปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ประเมินบทความ ยกเว้นวารสารนั้นมีการประเมินบทความแบบเปิดซึ่งได้แจ้งให้ผู้เขียนและผู้ประเมินรับทราบล่วงหน้าแล้ว

กระบวนการพิจารณาประเมินบทความ

- บรรณาธิการควรมีระบบที่ทำให้มีความมั่นใจได้ว่าบทความที่ส่งเข้ามายังวารสาร จะได้รับการปกปิดเป็นความลับในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาประเมิน

การร้องเรียน

- บรรณาธิการควรมีการตอบกลับคำร้องเรียนในทันที และควรแสดงให้ผู้ร้องเรียนมั่นใจได้ว่าสามารถร้องเรียนได้อีกหากยังไม่พอใจ ซึ่งกลไกดังกล่าวนี้ควรปรากฏชัดเจนในวารสาร

การเปิดโอกาสให้มีการโต้แย้ง

- ควรมีการเปิดเผยคำวิจารณ์บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ยกเว้นบรรณาธิการจะมีเหตุผลอื่นที่ดีเพียงพอในการไม่เปิดเผยคาวิจารณ์นั้น

- ควรเปิดโอกาสให้ผู้เขียนบทความได้รับคำวิจารณ์ และสามารถชี้แจงตอบกลับได้ นอกจากนี้การศึกษาวิจัยที่มีผลขัดแย้งกับบทความวิจัยที่ลงตีพิมพ์ไปแล้ว ก็ควรได้รับโอกาสนี้เช่นกัน

- การศึกษาวิจัยที่มีการรายงานผลการวิจัยในด้านลบก็ควรรวมไว้ในบทความด้วย ไม่ควรตัดส่วนนี้ออกไป

สนับสนุนความถูกต้องทางวิชาการ

- บรรณาธิการควรทำให้เกิดความมั่นใจว่ารายละเอียดทุกส่วนในบทความวิจัยที่มีการตีพิมพ์ในวารสาร ต้องเป็นไปตามหลักจริยธรรมสากลที่ได้รับการยอมรับ

- บรรณาธิการควรหาหลักฐานเพื่อให้มีความมั่นใจได้ว่างานวิจัยทุกชิ้นที่จะตีพิมพ์นั้นได้รับการอนุมัติและเห็นชอบโดยคณะบุคคลที่มีอำนาจ (เช่น คณะกรรมการทางจริยธรรมด้านงานวิจัย คณะกรรมการพิจารณาบทความวิจัย

ของสถาบัน เป็นต้น) อย่างไรก็ตามบรรณาธิการควรระลึกไว้เสมอว่าการพิจารณาอนุมัตินั้นไม่ได้เป็นการรับประกันว่างานวิจัยนั้นถูกต้องตามหลักจริยธรรมเสมอไป

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

- บรรณาธิการควรปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นความลับ

การติดตามความประพฤติมิชอบ

- บรรณาธิการมีหน้าที่ติดตามความประพฤติมิชอบในกรณีเกิดข้อสงสัย ซึ่งรวมถึงบทความวิจัย ทั้งที่ได้รับการตีพิมพ์และยังไม่ได้รับการตีพิมพ์

- บรรณาธิการไม่ควรปฏิเสธบทความวิจัยที่อาจจะมีประเด็นมิชอบในทันทีทันใด บรรณาธิการมีหน้าที่ต้องติดตามบทความวิจัยที่ถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบเพื่อหาข้อเท็จจริง

- บรรณาธิการควรแสวงหาคำตอบจากบุคคลผู้ถูกกล่าวหาก่อน แต่หากยังไม่พอใจต่อคำตอบที่ได้รับให้สอบถามหัวหน้าหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งในบางครั้งอาจเป็นหน่วยงานที่ออกกฎระเบียบ) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

การรับรองความถูก ต้องของผลงานทางวิชาการ

- เมื่อมีการรับรู้ว่ามีความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นกับบทความวิชาการที่ตีพิมพ์ไปแล้ว รวมถึงมีประโยคที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือเป็นรายงานที่บิดเบือนข้อเท็จจริง บรรณาธิการต้องแก้ไขทันทีและด้วยความชัดเจน

- หากปรากฏการประพฤติทุจริตภายหลังการดำเนินการตรวจสอบแล้วบรรณาธิการต้องดำเนินการเพิกถอนบทความนั้นด้วยความชัดเจนที่จะสามารถพิสูจน์ได้ ทั้งนี้การเพิกถอนนี้ต้องให้ผู้อ่านและระบบฐานข้อมูลอื่นๆ ทราบด้วยความสัมพันธ์กับเจ้าของวารสารและสำนักพิมพ์

- ความสัมพันธ์ของบรรณาธิการต่อสำนักพิมพ์และเจ้าของวารสารมักมีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามควรมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นอิสระของบรรณาธิการ และแม้ว่าสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและการเมืองของวารสารจะเป็นเช่นไรบรรณาธิการควรพิจารณาตัดสินใจเกี่ยวกับการรับบทความเพื่อตีพิมพ์โดยยึดคุณภาพและความเหมาะสมกับผู้อ่านมากกว่าผลตอบแทนทางการเงินหรือการเมือง

ประเด็นพิจารณาที่เกี่ยวข้องในเชิงพาณิชย์

- บรรณาธิการควรประกาศนโยบายในด้านการโฆษณาที่เน้นเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระของวารสารและในการตีพิมพ์ส่วนเสริมหรือเพิ่มเติมใดๆ ของวารสาร

- บรรณาธิการต้องไม่ตีพิมพ์การโฆษณาที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และต้องยินดีที่จะตีพิมพ์คำวิจารณ์ต่างๆทั้งนี้ให้ยึดถือเกณฑ์เดียวกันกับการพิจารณาส่วนต่างๆ ของวารสาร

- ในการนำบทความเดิมมาพิมพ์ใหม่นั้นต้องให้คงลักษณะเดิมทุกประการยกเว้นหากจะมีการเพิ่มเติมส่วนที่แก้ไข

ผลประโยชน์ทับซ้อน

- บรรณาธิการควรมีระบบในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน (การขัดกันด้านผลประโยชน์) ของบรรณาธิการเองรวมทั้งของเจ้าหน้าที่วารสาร ผู้เขียน ผู้ประเมินบทความ และกองบรรณาธิการ