มูลพระพุทธศาสนาในเมืองนครน่าน


Abstract


เมืองน่านในสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ตามหลักฐานตํานานเมืองเหนือหลายเมืองนั้น เมื่อจะกล่าวถึงความเชื่อในพระศาสนานั้นยังไม่มี
ปรากฏเป็นหลักฐาน แต่เดิมจึงมีความเชื่อนับถือธรรมชาติ มีภูเขา ถ้ํา ปุาไม้ ลําธาร ห้วย หนอง แม่น้ํา ฯลฯ
ตลอดจนถึงการนับถือผีบรรพบุรุษ มีการนับถือผีบรรพบุรุษ ผีปุา ผีภูเขา ผีต่างๆ โดยมีความเชื่อว่าเป็นสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์น่าเคารพนับถือและพากันปฏิบัติสืบต่อกันมา ในยุคต่อมาการสร้างบ้านแปงเมือง มักยกให้ฤาษีเป็น
ผู้สร้าง คําว่า “ฤาษี” หมายถึง ชีผ้าขาวหรือชีปะขาวมีปรากฏในพงศาวดารเมืองน่าน เช่น ชีปะขาวเชียงโคม
วัดใต้ เป็นต้น ผู้อยู่ตามถ้ําตามปุาเขา มีผู้คนให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างสูงจึงเป็นผู้มีบารมีในการชักชวน
ชาวบ้านชาวเมืองให้ช่วยกันถางปุาสร้างบ้านแปงเมือง สมัยโบราณนั้น พระสงฆ์ยังไม่มีอิทธิพลในสังคมมาก
นัก ชีผ้าขาวหรือฤาษีจึงได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงจากสังคมยุคนั้น ท่านจึงเป็นผู้นําทางจิตใจ เป็นผู้
ประสานประโยชน์ในสังคม ระหว่างคนชั้นสูงคือผู้ครองเมือง กับคนชั้นล่างคือชาวบ้านชาวเมือง ตํานานการ
สร้างเมืองหริภุญชัย เมืองเขลางค์นคร ก็มีฤาษีเป็นผู้สร้างให้เจ้าชาย ในตํานานของพ่อขุนงําเมืองก็ไปเรียน
วิชากับพระฤาษีที่เขาสมอคอน เมืองพิจิตร พร้อมกับพระร่วงเจ้า และเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลยุคนั้นก็
สร้างขึ้นโดยฤาษีหรือชีผ้าขาว ไม่ว่าพระรอดลําพูน หรือพระซุ้มกอ จนถึงพระผงสุพรรณ รูปฤาษีมาจากกรุ
เก่าแก่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีคราบกรุเป็นสนิมเหล็กเกาะติดแน่น แบบเดียวกับพระรอดลําพูน ก็คงสร้างมาในยุค
เดียวกัน ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นรูปฤาษีนารอด ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ผู้นําทางจิตวิญญาณในยุคโบราณคือ
ฤาษีหรือชีผ้าขาว ต่อมาเมื่อเจ้าเมืองแต่ละเมืองในยุคราชวงศ์พระเจ้ามังราย รับเอาพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์
เข้ามา พระสงฆ์ก็เริ่มมีบทบาททางสังคมมากขึ้นในเมืองน่านนั้นเมื่อกล่าวถึงพระพุทธศาสนาดั้งเดิมในหลักสือ
มุลศาสนา ฉบับเมืองสุโขทัย กล่าวถึงพระพุทธศาสนาในล้านนา มี ๑๖ นิกายดั้งเดิม เมืองน่านก็มีพระพุทะ
ศาสนานิกายเมืองนครน่าน และเจริญเฟื่องฟูที่สุดในสมัยพระเจ้าติโลกราชรัชกาลที่ ๙ แห่งเชียงใหม่

Full Text:

PDF

Refbacks

  • There are currently no refbacks.